วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ระบบสนับสนุนการตัดสินใจเชิงพื้นที่ด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคอินโดจีน




ระบบข้อมูลท่องเที่ยวตามที่ปรากฏในปัจจุบันส่วนใหญ่จะแสดงข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสิ่งบริการการท่องเที่ยวเท่านั้น นอกจากนั้นมักจะแสดงข้อมูลออกมาในลักษณะการบรรยายถึงแหล่งท่องเที่ยว การเดินทาง และที่พัก โดยมีภาพประกอบ นักท่อเที่ยวสามารถประเมินแหล่งท่องเที่ยวจากภาพประกอบและการบรรยายเพียงส่วนเดียวเท่านั้นเพื่อใช้ในการตัดสินใจ ซึ่งบางครั้งก็ขาดความชัดเจนในการให้ข้อมูล ดังนั้นระบบข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่จะใช้พิจารณาจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวผู้ใช้ระบบ นั่นหมายความว่า นักท่องเที่ยวสามารถพิจารณาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้ สามารถประเมินความสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวได้ และยังสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างครอบคลุมทุกด้านอีกด้วย



เป้าหมายหลักของการศึกษาก็เพื่อสำรวจปัจจัยพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวเขตชายแดนที่สำคัญของประเทศไทย 5 พื้นที่ด้วยกัน ภายใต้กรอบการศึกษาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว 5A's ซึ่งก็ได้แก่ สิ่งดึงดูดด้านการท่องเที่ยว(Attraction) ความสามารถในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว (Accessibility) ความสะดวกสบายด้านอาหารและที่พัก (Accommodation) ความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย (Affordability) และความปลอดภัย (Assurance)


เส้นทางแรกเชียงของ-บ่อแก้ว : เมืองเชียงของเลียบไปตามแม่น้ำโขงอยู่ห่างจากจังหวัดเชียงรายประมาณ 141 กิโลเมตร จากจุดนี่เองถ้าหากนักท่องเที่ยวท่านใดที่มีความสนใจที่จะข้ามฝั่งโขงไปเที่ยวยังเมืองห้วยทรายก็สามารถที่จะทำได้โดยทำบัตรผ่านแดนชั่วคราว หรือถ้าใครสนใจอยากจะเดินทางจากเมืองห้วยทรายไปยังเมืองหลวงพระบางก็สามารถที่จะเดินทางต่อไปได้ โดยมีเรือไว้บริการ 2 แบบ คือ เรือเร็ว (ใช้เวลาเดินทาง 1 วัน) และเรือช้า (ใช้เวลาเดินทาง 2 วัน โดยแวะพักค้างคืนที่เมืองปากแบ่ง) ถ้าเอ่ยถึง เมืองหลวงพระบาง หลายคนคงรู้จักดีเพราะเป็นเมืองมรดกโลกและเป็นเป้าหมายของนักเดินทางต่างชาติ ทำให้เมืองเชียงของกลายเป็นเมืองผ่านที่ไม่สามารถดึงให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืนหรือใช้จ่ายในเมืองนี้ได้เลย อีกทั้งการจัดวางรูปแบบการท่องเที่ยวและนโยบายด้านการท่องเที่ยวนั้นเน้นหนักในเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การผจญภัย การพักแรมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูลังกา ภูชี้ฟ้า และการท่องเที่ยวหมู่บ้านวัฒนธรรม ไม่ส้มพันธ์กับรูปแบบเส้นทางการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ
จากรายงานการวิจัยแผนแม่บทการพัฒนาเมืองเชียงของยังระบุชัดเจนว่า "นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่คิดกลับมาเที่ยวที่เมืองเชียงของอีกแม้ว่าจะเดินทางกลับมาทางเรือและมาขึ้นที่ฝั่งเมืองเชียงของก็ตาม อันมีสาเหตุมาจาก แหล่งท่องเที่ยวไม่สัมพันธ์กับรูปแบบการเดินทาง"

พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางในเส้นทางนี้จะมี 2 ลักษณะ คือ นักท่องเที่ยวมีความตั้งใจจะไปหลวงพระบาง ดังนั้นเขาจึงไม่ให้ความสนใจกับแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นวัฒนธรรมมากนัก เพราะเขาสามารถหาชมในเมืองหลวงพระบาง ลักษณะที่สองคือ นักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัยส่วนใหญ่แล้วจะข้ามมายังเมืองบ่อแก้วล่วงหน้า 3 วัน เพื่อเข้าไปเดินป่าและท่องเที่ยวเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นต้นกำเนิด "ไทย ลาว เวียดนาม" ที่เรียกว่าเมืองสุวรรณโคมคำ สิ่งบริการด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นเมืองชายแดนที่พักเป็นโรงแรมขนาดเล็กและGuest House ซึ่งมีราคา 100-400 บาทโดยประมาณ พบร้านอาหารขนาดเล็กตามริมแม่น้ำโขง พฤติกรรมนักท่องเที่ยว มี 2 ลักษณะ

1. ดำเนินการชื้อโปรแกรมการเดินทางทั้งตั๋วเรือ ที่พักระหว่างทางในการล่องเรือมาจากบริษัทท่องเที่ยวในเมืองเชียงใหม่หรือเชียงราย
2. มาชื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายในเมืองเชียงของและบ่อแก้วโดยส่วนใหญ่เป็นชื้อเฉพาะตั๋วเรือและหาที่พักเองตามความพอใจเมื่อถึงจุดแวะพักระหว่างทางปากแบ่ง และนักท่องเที่ยวทั้งหมดจะเริ่มวางแผนใหม่เมื่อเดินทางมาถึงหลวงพระบาง โอกาสการพัฒนา เน้นพัฒนาการท่องเที่ยวในเรื่องปฎิสัมพันธ์เชิงพื้นที่และการเชื่อมโยงพื้นที่บริเวณชายแดนใน 2 มิติ คือ

1. สร้างหรือหาแหล่งท่องเที่ยวร่วมที่มีความเป็นวัฒนธรรมร่วมไทย – ลาว มีลักษณะที่เป็นสากล ลดการขัดแย้งและยอมรับร่วมกันและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะพักที่อำเภอเชียงของทั้งขาไปและขากลับได้ เช่นการท่องเที่ยวเส้นทางกำเนิดวัฒนธรรมร่วมล้านนา – ล้านช้าง หรือ วัฒนธรรมไชยเชษฐาธิราช
2. สร้างการบริการที่มีลักษณะเฉพาะ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของการท่องเที่ยวเมืองเชียงของ เนื่องจากในอนาคตจะมีการสร้างสะพานข้ามโขงแห่งที่ 2 เช่น เชียงของจะเป็นศูนย์กลางการติดต่อที่พักระหว่างทางในระหว่างการร่องแม่น้ำโขงหรือฐานการดำเนินการวางแผนการกำหนดเส้นทาง การติดต่อสื่อสารและการบริการด้านสุขอนามัยก่อนการเดินทางทางเรือและทางบกในอนาคตเมื่อเส้นทางข้ามโขงแห่งที่ 3 เสร็จ


เส้นทางที่สองหนองคาย-เวียงจันทน์ : "หนองคาย" หลายคนรู้จักเพราะโด่งดังในเรื่องของบั้งไฟพญานาค ถือเป็นจังหวัดที่เป็นประตูสู่อินโดจีน มีตลาดการค้าชายแดนที่โด่งดังในนาม "ตลาดท่าเสด็จ"

ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่ทอดยาวเคียงคู่ไปกับแม่น้ำโขงและใกล้ชิดกับ สปป.ลาวถึง 2 แขวง ได้แก่ แขวงเวียงจันทน์และแขวงบอลิคำไซ หนองคายในวันนี้จึงสามารถเที่ยวชายแดนได้ถึงสองเมือง หากต้องการไปเที่ยวชม “ประตูชัยและพระธาตุหลวง” สะพานมิตรภาพไทย – ลาว หรือหากต้องการไปเที่ยวชม “ปรากฎการณ์น้ำสองสี” ที่เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ บริเวณด่านศุลกากรอำเภอบึงกาฬ ห่างจากตัวเมืองหนองคายประมาณ 136 กิโลเมตร มีเรือข้ามฝากคอยให้บริการตลอดทั้งวัน

รูปแบบการท่องเที่ยวในเส้นทางนี้ มีลักษณะเป็นเมืองที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการเชื่อมต่อทางการค้าและการท่องเที่ยว เนื่องจากมีการสร้างสะพานมิตรภาพ ไทย – ลาว ขึ้น นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดหนองคายมีเป้าหมายคือ เพื่อเป็นทางผ่านไปสู่เวียงจันทน์และเมืองต่างๆ ภายใน สปป.ลาว โดยส่วนใหญ่มิได้แวะพักในตัวจังหวัดหนองคายซึ่งขะนั่งเครื่องบินมาลงที่จังหวัดอุดรธานีและเดินทางต่อโดยรถโดยสารเข้าไปยังเมืองเวียงจันทน์หรือมีบางส่วนจะเข้ามาแวะพักค้างคืนที่หนองคาย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเลือกพักโรงแรมที่ราคาถูก หรือจะเดินทางข้ามจากหนองคายจากด่านบึงกาฬไปยังแขวงบอลิคำไซของ สปป.ลาว สิ่งบริการด้านการท่องเที่ยว ค่อนข้างครบครัน มีโรงแรมทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ตลาดท่าเสด็จ ถือเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญ มีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารจำนวนมาก พฤติกรรมนักท่องเทียว มีหลากหลาย เช่น ซื้อโปรแกรมทั้งหมดจากกรงุเทพเพื่อเที่ยวเฉพาะเวียงจันทน์ ซื้อโปรแกรมที่จังหวัดอุดรธานีเพื่อเที่ยวเวียงจันทน์และบินไปเวียดนาม ซื้อโปรแกรมทัวร์ที่จังหวัดหนองคายเที่ยวตัวเวียงจันทน์และวังเวียง และเดินทางไปซื้อโปรแกรมทัวร์ที่เวียงจันทน์เที่ยวตัวเวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบางและเชียงขวาง โอกาสการพัฒนา จำเป็นต้องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับเส้นทางและพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ที่เน้นการท่องเที่ยวและชื้อของราคาถูก ตลอดจนเที่ยวชมสถานที่สำคัญของเมืองหลวงเพื่อการเรียนรู้มากกว่าการพักผ่อน จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจท่องเที่ยวอินโดจีนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวแบบเรียนรู้โลกตะวันออกของวัฒนธรรมร่วมอินเดีย – จีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน



เส้นทางที่ 3 มุกดาหาร สะหวันนะเขต เว้ ฮอยอัน : จังหวัดมุกดาหารได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่อินโดจีนเฉกเช่นเดียวกับจังหวัดหนองคาย เนื่องมาจากจังหวัดมุกดาหารตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแขวงสะหวันนะเขต ใช้เวลาในการนั่งเรือข้ามฟากเพียง 5 นาทีเท่านั้น การเดินทางที่สะดวกสบายและใช้เวลาไม่นานนี้เองแขวงสะหวันนะเขตจึงเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ
แขวงสะหวันนะเขต เป็นเมืองทางตอนใต้ของ สปป.ลาว อยู่ถัดจากแขวงคำม่วน(ตั้งอยู่ตรงข้ามจังหวัดนครพนม) สะหวันนะเขตเป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุดของ สปป.ลาว กิจกรรมการท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงเป็นการเที่ยวในตัวเมือง ชมสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสที่หลงเหลืออยู่ นมัสการพระธาตุอิงฮัง และหาซื้อของฝากในราคาย่อมเยา หากติดอกติดใจเมืองแห่งนี้อาจเพิ่มเวลาอย่างน้อยสัก 3 วัน 2 คืน ลองไปกินนอนแบบลาวๆ สักครั้ง แขวงสะหวันนะเขตอาจจะทำให้ประทับใจไปอีกนาน รูปแบบเส้นการท่องเที่ยวในเมืองชายแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต มีลักษณะเป็นเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปสู่อินโดจีน เนื่องจากจังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับ สปป.ลาวทางด้านแขวงสะหวันนะเขตซึ่งสามารถวิ่งตัดผ่านเข้าลาวไปทะลุชายแดนลาว – เวียดนาม ที่ด่านลาวบาวซึ่งมีระยะห่างจากจังหวัดมุกดาหารประมาณ 200 กิโลเมตร จากเส้นทางดังกล่าวสามารถเดินทางถึงเมืองเว้ได้ใน 1 วัน เมืองเว้แห่งนี้ในอดีตเป็นเมืองหลวงและปัจจุบันได้รับการยกย่องว่าเป็นมรดกโลก เป็นที่ตั้งของพระราชวังเก่าของกษัตริย์ยาลองแห่งราชวงศ์เหงียน และสุสานกษัตริย์หมิงหมาน ตลอดจนวัดต่างๆตามความเชื่อวิถีพุทธแบบเวียดนาม นอกจากนั้นสามารถเดินทางเดินไปยังเมืองฮอยอัน หนึ่งในเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งห่างออกไปเพียง 140 กิโลเมตร จากเมืองเว้ โดยในอดีตเป็นเมืองท่าที่สำคัญของชาวต่างประเทศที่เข้ามาชุมนุมทำการค้า จนเจริญรุ่งเรืองและทิ้งร่องรอยให้เห็นถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะชุมชนบ้านโบราณทุ่งฮึง เป็นบ้านผสมผสานระหว่างจีน ญี่ปุ่น เวียดนามที่ทีอายุกว่า 200 ปี สิ่งบริการทางการท่องเที่ยว จากรูปแบบการท่องเที่ยวเมืองชายแดนมุกดาหาร – สะหวันนะเขต เป็นเมืองเริ่มต้นการท่องเที่ยวในอินโดจีน ส่งผลให้สิ่งบริการการท่องเที่ยวในจังหวัดมุกดาหารมีโรงแรมที่พักขนาดใหญ่ที่มีราคาห้องพักตั้งแต่ 600 บาทไปจนถึง 3,000 บาท และร้านอาหารขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์ได้เป็นจำนวนมาก แหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญคือ ตลาดอินโดจีน นอกจากนั้นบริษัททัวร์ในจังหวัดมุกดาหารยังมีจำนวนมากพอสมควร ตลอดจนมีร้านอินเตอร์เน็ตในการติดต่อข้อมูลข่าวสารต่างๆ อีกด้วย พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่พบจะมี 2 ลักษณะ คือ ซื้อทัวร์จากรุงเทพ และเดินทางมาซื้อโปรแกรมทัวร์จากตัวแทนจำหน่ายในเมืองมุกดาหารโดยส่วนใหญ่จะติดต่อเช่ารถตู้ที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เพื่อเดินทางเข้าไปในเวียดนาม และมีเพียงบางส่วนที่ทั้งติดต่อเช่ารถตู้และจองที่พักและโรงแรมใน สปป.ลาวผ่านตัวแทนจำหน่ายในเมืองมุกดาหาร โอกาสการพัฒนา สร้างหรือหาแหล่งท่องเที่ยวร่วมที่มีความเป็นวัฒนธรรมร่วมไทย ลาว เวียดนาม เช่น การสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมที่เป็นลักษณะของมวลชน เช่น การอพยพของชาวเวียดนามในลาวและไทยตามเส้นทางสายมุกดาหาร – สะหวันนะเขต – เว้ ในยุคสงครามเย็น

พัฒนาสิ่งบริการให้เป็นเอกลักษณ์เนื่องจากจังหวัดมุกดาหารเป็นจุดเริ่มต้นหรือปลายทางของการท่องเที่ยวที่รองรับต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ได้อย่างครบวงจร ทั้งเรื่องที่พัก ร้านอาหาร แหล่งบริการข้อมูลข่าวสาร และแหล่งช้อปปิ้ง ในปัจจุบันเมืองมุกดาหาร(ไทย) แขวงสะหวันนะเขต(ลาว) และเมืองกวางจิ(เวียดนาม) ทำความร่วมมือเป็นเมืองแฝด 3 ในกรอบความร่วมมือ East – West Corridor ดังนั้นการพัฒนากิจกรรมทางการท่องเที่ยวจึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะในจังหวัดมุกดาหาร โดยอาจจะกล่าวถึงตัวอย่างการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น พิพิธภัณฑ์ร่วมไทย – ลาว – เวียดนาม ในยุคสงครามเย็น


เส้นทางท่องเที่ยวอินโดจีนที่ 4 อุบลราชธานี ปากเซ อินโดจีน : อุบลราชธานีเป็นจังหวัดชายแดนที่มีความสำคัญและเป็นหน้าด่านใหญ่ที่มีผู้คนสองฝั่ง ไทย – ลาวเข้าออกเป็นจำนวนมาก ในทุก ๆ วันที่บริเวณด่านช่องเม็ก โดยด่านตรวจคนเข้าเองแห่งนี้เหมือนด่านตรวจคนเข้าเมืองที่หนองคายคือเป็นด่านที่มีดินแดนติดกันโดยมีแม่น้ำโขงกั้นระหว่างไทย – ลาว นักท่องเที่ยวจึงสามารถข้ามไปได้อย่างสะดวกสบาย ในปัจจุบันได้มีรถโดยสารคอยให้บริการนำส่งจากจังหวัดอุบลราชธานีไปถึงเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก นับเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ อย่างดีว่า อุบลราชธานี – ปากเซ สองเมืองระหว่างไทย – ลาว แห่งนี้ นับเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมมากขึ้นกว่าเดิม รูปแบบเส้นทางการท่องเที่ยว เป้าหมายส่วนใหญ่ของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศมุ่งเน้นเดินทางไปเที่ยวชมธรรมชาติอาทิเช่น น้ำตกคอนพะเพ็ง แก่งหลีผี ตลอดจนน้ำตกตาดผาส้วมและชนเผ่าลาวสูงในแขวงจำปาสัก โดยส่วนใหญ่พักค้างคืนที่เมืองปากเซที่มีโรงแรมขนาดใหญ่รองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรมจำปาสักพาเลซซึ่งเป็นวังเก่าของเจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาสัก แต่อย่างไรก็ตามการเดินทางมาเที่ยวปากเซนั้น ถือได้ว่าจังหวัดอุบลราชธานียังคงเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญเนื่องจากมีศักยภาพด้านการคมนาคมทั้งจากสนามบิน สถานีรถไฟ และเส้นทางคมนาคมระหว่างอำเภอ จากตัวเมืองอุบลราชธานีไปด่านช่องเม็ก มีสภาพเส้นทางที่ดี สามารถเดินทางในระยะเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงได้ จากจังหวัดอุบลราชธานีนักท่องเที่ยวยังสามารถที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศอื่นๆ ได้ เช่น เว้ ดาน้ง ควิเยิน รัตนคีรี กำปงจาม พนมเปญ เสียมเรียบ และโฮจิมินห์ สิ่งบริการการท่องเที่ยว จากรูปแบบเส้นทางการท่องเที่ยวในเขตชายแดนอุบลราชธานี – ปากเซ ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องเข้ามาแวะพักรับประทานอาหารเช้า ตลอดจนเดินทางมาชายแดนช่องเม็ก ก่อนเดินทางเข้าไปยังเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก สปป.ลาว ส่งผลให้จังหวัดอุบลราชธานีมีโรงแรมขนาดใหญ่ที่รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก พฤติกรรมนักท่องเที่ยว แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ซื้อโปรแกรมทัวร์มาจากบริษัททัวร์ในกรุงเทพฯ เข้ามาซื้อโปรแกรมทัวร์เองในจังหวัดอุบลราชธานี ติดต่อเข้ามาทางอินเตอร์เน็ตโดยบอกความต้องการ งบประมาณ สถานที่ โดยบริษัททัวร์จะดูแลที่พักและการเดินทางให้เท่านั้น แต่ไม่ต้องการไกด์ และกลุ่มสุดท้ายเดินทางเข้ามาแล้วเหมารถเข้าไปปากเซ บริเวณชายแดนช่องเม็ก โอกาสการพัฒนา ประเมินศักยภาพเส้นทางดังกล่าวถึงความเป็นไปได้ ทั้งด้านการพัฒนาระเบียบวิธีการเข้าเมืองให้เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวคิดโครงข่ายวงรอบ ตลอดจนเร่งผลักดันมาตรการ VISA Free Zone for Tourist เพื่อให้การเดินทางเข้าเมืองระหว่างประเทศได้สะดวกและใช้เป็นเขตปลอด Visa เพื่อสร้างแรงจูงใจและแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามายังจังหวัดอุบลราชธานี และจัดตั้งศูนย์ข้อมูลและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้ครอบคลุมและรอบด้านเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจให้แก่นักท่องเที่ยว


เส้นทางท่องเที่ยวอินโดจีนที่ 5 อรัญประเทศ กัมพูชา : ในอดีตสระแก้วเคยเป็นชุมชนที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อน มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 4,000 ปี นับตั้งแต่ยุคหินใหม่ – ยุคหินโลหะ สมัยอาณาจักรสุวรรณภูมิและอาณาจักรทวาราวดี และด้วยอาณาเขตที่ติดต่อกับประเทศกัมพูชา เมืองสระแก้วจึงได้รับอิทธิพลของศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย และไวษณพนิกาย ดังจะเห็นได้จากกลุ่มปราสาทขอมโบราณและจารึกรูปอักษรปัลลวะต่างๆ ที่ปรากฏบริเวณปราสาทเขาน้อยเขตอำเภออรัญประเทศ ซึ่งถือกันว่าเป็นหลักฐานบันทึกศักราชที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มจารึกรุ่นแรกที่พบในประเทศไทย รูปแบบเส้นทางการท่องเที่ยว เมืองชายแดนอรัญประเทศมีลักษณะเป็นเมืองผ่านเนื่องจากอำเภออรัญประเทศจังหวัดสระแก้วเป็นเมืองผ่านไปยังเมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชาเนื่องจากเสียมเรียบเป็นที่ตั้งของนครวัด – นครธม ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ โดยเป้าหมายส่วนใหญ่ของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เดินทางเข้าไปยังเมืองเสียมเรียบทันทีโดยไม่ได้แวะพักโรงแรมในอำเภออรัญประเทศ โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาจากกรุงเทพตอนเช้าและเข้าไปค้างคืนยังโรงแรมต่างๆ ในเมืองเสียมเรียบเพื่อท่องเที่ยวในนครวัดและนครธมเป็นส่วนใหญ่ สิ่งบริการการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นเมืองผ่านทำให้สิ่งบริการนักท่องเที่ยวมีเพียงโรงแรมขนาดเล็กและราคาถูก โรงแรมขนาดใหญ่ที่มีความสะดวกสบายมีเพียงแห่งเดียว ร้านอาหารต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นอาหารพื้นเมือง ซึ่งอยู่ในเขตตลาดยากต่อการเข้าถึง ศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารในการเดินทางท่องเที่ยวไม่มี ร้านค้าและร้านอินเตอร์เน็ตต่างๆ มีเป้าหมายเพื่อบริการชุมชนเท่านั้น สิ่งบริการทางด้านการท่องเที่ยวที่มีความสำคัญที่สุดคือ ตลาดโรงเกลือแต่ประสบเรื่องปัญหาความไม่สะอาดและความไม่ปลอดภัย พฤติกรรมนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางผ่านด่านอรัญประเทศโดยรถตู้มาจากกรุงเทพ เข้าไปยังเสียมเรียบเป็นส่วนใหญ่ การเข้ามาเหมารถจากชายแดนเข้าไปยังเสียมเรียบและที่อื่นๆในกัมพูชามีเพียงส่วนน้อย นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่มักเดินทางเข้าไปในเขตพิเศษเพื่อเข้าท่องเที่ยวในแหล่งคาสิโน แต่ไม่ได้เดินทางเข้าไปในเขตตอนในของประเทศกัมพูชา โอกาสการพัฒนา โอกาสในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับเส้นทางและพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศอาจดำเนินการได้โดย พัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวใหม่ให้สอดคล้องกับกลุ่มวัฒนธรรมในประเทศเพื่อนบ้านโดยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรมและการศึกษาโดยเน้นการท่องเที่ยวกลุ่มเส้นทางสุริยวรมัน การท่องเที่ยวอารยธรรมขอม หรือนำกลยุทธ์การเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เอาความแตกต่างด้านนโยบายการท่องเที่ยวที่เน้นนิเวศเป็นจุดได้เปรียบเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวที่หลากหลาย












1 ความคิดเห็น:

  1. โอเค ใช้ได้เลยอย่างนี้แหละ.. ไม่ต้องเร่ง post มากนะ.. ค่อยๆ post ไปเรื่อยๆ

    ขอบคุณมากเลย ทีนี้ ใน profile น่าจะเติม email ของ หลายๆ คนได้ เผื่อว่าจะมีใครอยากติดต่อ

    ตอบลบ